top of page

ความแตกต่างระหว่างพอร์ต Thunderbolt และ USB-C

อัปเดตเมื่อ 16 มี.ค. 2566

ความแตกต่างระหว่างพอร์ต Thunderbolt และ USB-C


หากพูดถึงพอร์ตหรือสายชาร์จโทรศัพท์ หลายคนคงนึกถึงพอร์ต USB-C ที่เป็นเหมือนกับมาตรฐานในปัจจุบัน แต่ในบางครั้งเราก็อาจเจอกับพอร์ตที่มีหน้าตาใกล้เคียงกันที่มีชื่อเรียกว่า Thunderbolt ซึ่งพอร์ตดังกล่าวแตกต่างจาก USB-C อย่างไร วันนี้เรามีคำตอบให้

พอร์ต Thunderbolt คืออะไร?

ความแตกต่างของพอร์ต Thunderbolt แต่ละรุ่น

ย้อนกลับไปในปี 2011 บริษัท Intel ได้ร่วมมือกับ Apple เพื่อพัฒนาพอร์ตตัวใหม่ภายใต้ชื่อ Light Peak ก่อนที่จะเปลี่ยนชื่อมาเป็น Thunderbolt ในภายหลัง โดย Thunderbolt รุ่นแรกถูกออกแบบมาเพื่อให้รองรับเฉพาะอุปกรณ์ของ Apple เท่านั้น

ต่อมา Thunderbolt 2 ก็ได้เปิดตัวในปี 2013 ถึงจะมีดีไซน์ที่เหมือนกับ Thunderbolt รุ่นแรก แต่ความสามารถในการส่งข้อมูลนั้นสูงขึ้นถึงสองเท่า จากเดิมที่ Thunderbolt รุ่นแรกทำได้เพียง 10Gbps รุ่นที่สองทำได้สูงสุดที่ 20Gbps เรียกได้ว่าสามารถส่งวิดิโอที่มีความชัดระดับ 4K ได้อย่างง่ายดาย

Thunderbolt 3 ถูกพัฒนาขึ้นในปี 2016 ได้มีการปรับแต่งให้มีการใช้งานร่วมกับพอร์ต USB-C ได้ และยังมีลักษณะที่ใกล้เคียงกันเป็นอย่างมากจนทำให้ผู้ใช้งานสับสนได้ โดยในครั้งนี้ Thunderbolt 3 ก็ได้มีการเพิ่มความเร็วในการรับ-ส่งข้อมูลให้สูงขึ้นถึง 40Gbps

Thunderbolt 4 รุ่นล่าสุดในเวลานี้ มีความเร็วในการรับ-ส่งข้อมูลขั้นต่ำอยู่ที่ 40Gbps, Bandwidth Speed อยู่ที่ 32Gb/s PCIe, สามารถเชื่อมต่อหน้าจอ 4K ได้สูงสุด 2 จอพร้อมกัน และยังรองรับพอร์ต USB4 ได้อีกด้วย

พอร์ต USB คืออะไร?

USB หรือ Universal Serial Bus เปิดตัวครั้งแรกในปี 1996 ภายใต้การพัฒนาของกลุ่ม USB-Implementers Forum ซึ่งมีบริษัทจำนวนมากเป็นสมาชิก


USB ถูกออกแบบให้เป็นอุปกรณ์เชื่อมต่อระหว่างคอมพิวเตอร์กับอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อใช้ประโยชน์ในด้านการรับ-ส่งข้อมูล, การชาร์จพลังงาน และการเชื่อมต่อเพื่อใช้งานอุปกรณ์เสริม เช่น เมาส์, คีย์บอร์ด, หน้าจอ ฯลฯ


USB แบ่งออกเป็น 4 รุ่น ได้แก่

1. USB 1.0

2. USB 2.0

3. USB 3.0

4. USB 4.0

USB แต่ละรุ่น ต่างกันอย่างไร?

USB 1.0 เป็นพอร์ตตัวแรกที่เปิดตัวในปี 1996 รองรับประเภท USB-A และ USB-B มีความเร็วในการรับ-ส่งข้อมูลอยู่ที่ 1.5Mbps ก่อนที่จะถูกต่อยอดให้กลายเป็น USB 1.1 ในปี 1998 ให้มีความเร็วอยู่ที่ 12Mbps

USB 2.0 ถูกพัฒนาต่อยอดจาก USB 1.0 ในปี 2000 ให้มีความสามารถมากขึ้นและรองรับ USB-A, USB-B รวมไปถึง USB Mini-B และ USB Micro-B ที่เป็นของสายชาร์จโทรศัพท์มือถือ ความเร็วสูงสุดที่ USB 2.0 ทำได้คือ 480Mbps

USB 3.0 เปิดตัวในปี 2008 มันถูกพัฒนาให้มีความเร็วในการรับ-ส่งข้อมูลอยู่ที่ 5Gbps รองรับพอร์ต USB-A, USB-B และ USB Micro-B เท่านั้น ก่อนที่จะถูกปรับปรุงให้มีรุ่นแยกย่อยลงไปอีก 2 รุ่น ได้แก่ USB 3.1 และ USB 3.2 โดย USB 3.1 ได้มีการเพิ่มความเร็วให้สูงถึง 10Gbps และ USB 3.2 มีความเร็วอยู่ที่ 20Gbps แต่สามารถรองรับได้เฉพาะ USB-C เท่านั้น

USB 4.0 เปิดตัวในปี 2019 โดยได้เพิ่มความเร็วเป็น 40Gbps และสามารถทำงานร่วมกับ USB 2.0, USB 3.0, USB 3.1, USB 3.2 และ Thunderbolt 3 ได้

ประเภทของ USB

นอกจากรุ่นแล้ว USB ยังแยกประเภทออกได้เป็น 3 ประเภทหลักก็คือ USB Type-A, USB Type-B และ USB Type-C

USB-A 2.0


USB Type-A หรือ USB-A เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนา USB 1.0 เป็นพอร์ตที่ใช้กันในเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่ และยังคงถูกพัฒนาตามรุ่นไปจนถึง USB 3.0 และยังมีรุ่น USB Mini-A กับ USB Micro-A เพื่อรองรับอุปกรณ์บางชนิดอีกด้วย

USB-B 3.0


USB Type-B หรือ USB-B เป็นพอร์ตที่มีขนาดใหญ่ใช้งานกับเครื่องปริ้นเตอร์ หรือ เครื่องสแกน ใช้งานได้กับ USB 2.00 และ USB 3.0 และเช่นเดียวกับรุ่นก่อนหน้านี้ USB-B ก็ยังคงมีรุ่น USB Mini-B กับ USB Micro-B เพื่อใช้งานสำหรับอุปกรณ์ขนาดเล็กเช่น External Hard Drive, Smartphone, Headphone Bluetooth ฯลฯ

USB-C


USB Type-C หรือ USB-C เป็นพอร์ตประเภทล่าสุดของ USB มันมีขนาดที่เล็กเหมาะสำหรับ Smartphone, Macbook และ Notebook ด้วยความที่มันถูกพัฒนาขึ้นจาก USB 3.2 ทำให้มันมีความเร็วในการรับ-ส่งข้อมูลที่สูงและจ่ายไฟชาร์จพลังงานได้เร็ว USB-C จึงกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของพอร์ต USB ในตอนนี้

ความแตกต่างระหว่างพอร์ต Thunderbolt และ USB-C

ทั้ง Thunderbolt และ USB-C นั้นแทบไม่ต่างอะไรเลยทั้งในด้านสมรรถนะและรูปร่างหน้าตา อีกทั้งยังสามารถใช้งานร่วมกันบนพอร์ตเดียวกันได้ แต่ก็มีข้อจำกัดอยู่ที่ว่าหาก USB-C เสียบใช้งานบนพอร์ตของ Thunderbolt จะไม่สามารถใช้ความเร็วได้สูงเท่ากับตัว Thunderbolt


ในปัจจุบันนี้ Thunderbolt 4 และ USB 4.0 สามารถใช้งานร่วมกันได้อย่างไร้ข้อจำกัด แต่ก็ยังคงแตกต่างกันที่ความสามารถในการรับส่งข้อมูล, ความยาวของสายเคเบิ้ล และที่สำคัญที่สุดก็คือราคา

โดย Thunderbolt 4 ต้องการความเร็วขั้นต่ำอยู่ที่ 32Gbps ภายใต้สายที่ยาวกว่า 2 เมตร

และ USB 4.0 ต้องการความเร็วขั้นต่ำอยู่ 20Gbps ภายใต้สายที่ยาวเพียงแค่ 1 เมตร

ว่ากันตามข้อมูลแล้ว ในตอนนี้ Thunderbolt มีความสามารถที่สูงกว่า USB เป็นอย่างมาก แต่ก็ยังมีข้อจำกัดในบางจุดจนไม่กลายเป็นที่แพร่หลายเท่าที่ควร ในขณะที่เราจะได้เห็นพอร์ต USB บนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แทบทุกชนิด มีความเป็นไปได้ว่าในอนาคต USB อาจพัฒนาให้มีความสามารถที่สูงกว่า Thunderbolt ก็เป็นได้


ตารางเปรียบเทียบระหว่าง Thunderbolt 3, Thunderbolt 4 กับ USB 3.0 และ USB 4.0


ที่มาของข้อมูล

ดู 868 ครั้ง0 ความคิดเห็น
bottom of page