top of page

5 ข้อคิดในแง่มุมของ AI ในมุมมองของ IBM ในปี 2024



1. Organizations move from “plus-AI” to AI plus.

องค์กรต่างๆ กำลังเปลี่ยนจากการเพิ่ม AI (ปัญญาประดิษฐ์) แค่เข้ามาเป็นองค์ประกอบให้กับการดำเนินงาน แต่จะเป็นการที่ AI กลายเป็นองค์ประกอบพื้นฐานของการดำเนินงาน ในอดีต องค์กรต่างๆ มักมองว่า AI เป็นเครื่องมือหรือเทคโนโลยีที่สามารถใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานที่มีอยู่ อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบัน องค์กรต่างๆ เริ่มตระหนักว่า AI สามารถเปลี่ยนแปลงการดำเนินงานได้อย่างสิ้นเชิง

  ตัวอย่างของการเปลี่ยนจากการเพิ่ม AI มาเป็น AI plus ได้แก่

  -การใช้ AI เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ ที่ไม่เคยมีมาก่อน เช่น

รถยนต์ไร้คนขับหรือการบริการทางการแพทย์แบบเฉพาะบุคคลการ

-การใช้ AI เพื่อปรับปรุงกระบวนการทำงานที่มีอยู่ เช่น

ระบบอัตโนมัติในโรงงานอุตสาหกรรม หรือระบบแนะนำการขาย

-การใช้ AI เพื่อสร้างประสบการณ์ของลูกค้าที่ดีขึ้น เช่น

ระบบการบริการลูกค้าแบบเรียลไทม์ หรือระบบแนะนำผลิตภัณฑ์

 

** คำว่า “plus-AI” หมายถึง การใช้ AI เข้ามาเป็นองค์ประกอบเพิ่มเติมให้กับการดำเนินงานที่มีอยู่ ตัวอย่างเช่น องค์กรอาจใช้ AI เพื่อพัฒนาระบบการบริการลูกค้าแบบเรียลไทม์ แต่ระบบการบริการลูกค้าแบบเดิมยังคงมีอยู่

** คำว่า “AI plus” หมายถึง การที่ AI กลายเป็นองค์ประกอบพื้นฐานของการดำเนินงาน ตัวอย่างเช่น องค์กรอาจใช้ AI เพื่อพัฒนารถยนต์ไร้คนขับ ซึ่งรถยนต์ไร้คนขับนั้นไม่สามารถทำงานได้หากไม่มี AI

 

2. People who use AI will replace people who don't.

คนที่รู้จักใช้ AI จะเข้ามาแทนที่คนที่ไม่สามารถใช้ AI

 

ในยุคปัจจุบัน AI กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในหลายด้านของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นด้านธุรกิจ อุตสาหกรรม การแพทย์ การศึกษา เป็นต้น คนที่รู้จักใช้ AI จึงมีโอกาสในการทำงานและประสบความสำเร็จมากกว่าคนที่ไม่สามารถใช้ AI

ตัวอย่างของงานที่ต้องใช้ AI ได้แก่

-งานที่ต้องใช้การวิเคราะห์ข้อมูล เช่น นักวิเคราะห์ข้อมูล นักสถิติ

-งานที่ต้องใช้การประมวลผลข้อมูลจำนวนมาก เช่น นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล วิศวกรซอฟต์แวร์

-งานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม เช่น นักออกแบบ นักการตลาด

-งานที่ต้องใช้การบริการลูกค้า เช่น พนักงานฝ่ายบริการลูกค้า เจ้าหน้าที่ call center

คนที่รู้จักใช้ AI จะสามารถทำงานเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าคนที่ไม่สามารถใช้ AI เนื่องจาก AI สามารถช่วยวิเคราะห์ข้อมูล ประมวลผลข้อมูล คิดสร้างสรรค์ และบริการลูกค้าได้ดีกว่ามนุษย์

ดังนั้นผู้ที่ไม่อยากตกงานจึงควรเรียนรู้และฝึกฝนการใช้ AI เพื่อให้สามารถทำงานร่วมกับ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

3. The data conversation moves out of IT and into the C-suite.

การทำงานเกี่ยวกับข้อมูลได้ย้ายออกจากแผนกไอทีและเข้าสู่ห้องผู้บริหารระดับสูง (C-suite)

 

หมายถึงว่า ผู้บริหารระดับสูงขององค์กรต่างๆ เริ่มให้ความสำคัญกับข้อมูลมากขึ้น และตระหนักถึงศักยภาพของข้อมูลในการขับเคลื่อนธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ ในอดีต การทำงานเกี่ยวกับข้อมูลมักถูกจำกัดอยู่เฉพาะในแผนกไอที ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบในการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูล อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบัน ข้อมูลมีความสำคัญต่อทุกภาคส่วนขององค์กร ผู้บริหารระดับสูงจึงจำเป็นต้องเข้าใจข้อมูลและวิธีการใช้ข้อมูลเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพขององค์กร

ตัวอย่างของการนำข้อมูลไปใช้เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพขององค์กร ได้แก่

-การใช้ข้อมูลเพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมของลูกค้า เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ตรงกับความต้องการของลูกค้า

-การใช้ข้อมูลเพื่อติดตามประสิทธิภาพของพนักงาน เพื่อปรับปรุงกระบวนการทำงานและเพิ่มผลผลิต

-การใช้ข้อมูลเพื่อระบุโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ เพื่อขยายธุรกิจและสร้างรายได้


4. Operating models bend so they don't break.

โมเดลการดำเนินงานควรมีความยืดหยุ่น เพื่อให้สามารถปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงได้โดยง่าย


ในอดีต โมเดลการดำเนินงานมักถูกออกแบบมาอย่างตายตัว ไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงได้ จึงทำให้องค์กรต่างๆ ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากการเปลี่ยนแปลงต่างๆ เช่น การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมของลูกค้า และการเปลี่ยนแปลงของกฎระเบียบ

ในปัจจุบัน โลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว องค์กรต่างๆ จึงจำเป็นต้องมีโมเดลการดำเนินงานที่มีความยืดหยุ่น เพื่อให้สามารถปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงได้โดยง่าย

โมเดลการดำเนินงานที่มีความยืดหยุ่นหมายถึง โมเดลที่สามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ตัวอย่างโมเดลที่มีความยืดหยุ่นได้แก่ 

-โมเดลการดำเนินงานแบบ Agile หมายถึง โมเดลที่เน้นการปรับตัวและการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง

รูปภาพโมเดลการดำเนินงานแบบ Agileเปิดในหน้าต่างใหม่

-โมเดลการดำเนินงานแบบ Lean หมายถึง โมเดลที่เน้นการลดการสูญเสียและปรับปรุงประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง

-โมเดลการดำเนินงานแบบดิจิทัล หมายถึง โมเดลที่ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน

องค์กรต่างๆ ควรออกแบบโมเดลการดำเนินงานให้มีความยืดหยุ่น เพื่อให้สามารถปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลง จะช่วยให้องค์กรสามารถประสบความสำเร็จในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง

 

5. Ecosystems are not part of the strategy, they are the strategy.

ระบบนิเวศไม่ใช่ส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ แต่คือกลยุทธ์

 

ในอดีต กลยุทธ์มักถูกมองว่าเป็นแผนที่หรือแผนการดำเนินงานที่จะนำไปสู่ความสำเร็จขององค์กร อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบัน กลยุทธ์ได้เปลี่ยนไปเป็นการสร้างระบบนิเวศที่สนับสนุนความสำเร็จขององค์กร

 

ระบบนิเวศ (ecosystem) หมายถึง เครือข่ายของความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล องค์กร และเทคโนโลยีที่ทำงานร่วมกันเพื่อสร้างมูลค่า องค์กรต่างๆ สามารถสร้างระบบนิเวศได้โดยการร่วมมือกับพันธมิตร ผู้ให้บริการ และลูกค้า เพื่อสร้างคุณค่าร่วมกัน

 

ตัวอย่างของการสร้างระบบนิเวศ ได้แก่

-บริษัทแอปเปิล สร้างระบบนิเวศของอุปกรณ์พกพาที่รวมถึง iPhone, iPad, Mac และ Apple Watch

-บริษัทกูเกิล สร้างระบบนิเวศของแพลตฟอร์มดิจิทัลที่รวมถึง Android, Chrome, Google Play และ YouTube

-บริษัทไมโครซอฟต์ สร้างระบบนิเวศของซอฟต์แวร์และบริการที่รวมถึง Windows, Office และ Azure

การสร้างระบบนิเวศมีข้อดีหลายประการ ได้แก่

-สร้างความแตกต่างและมูลค่าที่เหนือกว่าคู่แข่ง

-ลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ

-เข้าถึงตลาดใหม่และโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ

องค์กรต่างๆ ควรให้ความสำคัญกับการสร้างระบบนิเวศ เนื่องจากเป็นกลยุทธ์ที่จะช่วยนำไปสู่ความสำเร็จในยุคปัจจุบัน



ดู 12 ครั้ง0 ความคิดเห็น
bottom of page